วันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นโยบายเกลียดชังชาวยิว

ฮิตเลอร์มีความคิดเห็นว่าพวกที่เป็นต้นเหตุความเสื่อมของบ้านเมืองภายในประเทศเยอรมันยุคหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งคือพวกยิว ซึ่งเข้าไปตั้งรากฐานอยู่ในประเทศเยอรมันและประเทศต่างๆในยุโรป

ก่อนฮิตเลอร์ขึ้นมามีอำนาจชาวยิวอยู่ในเยอรมันเป็นจำนวนมาก ตามปกติในยุโรปมีพวกยิวอาศัยอยู่แทบทุกประเทศ โดยเฉพาะที่โปแลนด์มีมากที่สุด ลักษณะสำคัญของพวกยิวคือมีความขยันขันแข็ง รู้จักก่อร่างสร้างตัวประกอบกับมีสติปัญญาฉลาดหลักแหลม ในชั่วระยะเวลาไม่นานนักตำแหน่งผู้นำคนสำคัญด้านเศรษฐกิจและการศึกษาของชาติ จึงตกอยู่ในกำมือยิว ยิ่งกว่านั้นพวกพ่อค้ารายย่อยที่เป็นชนชาติยิวต่างใช่เล่ห์เหลี่ยมกลโกงใน การค้าเอารัดเอาเปรียบชาวเยอรมันทั่วไป

นอกจากนั้นฮิตเลอร์ยังกล่าวหาว่าพวกยิวเป็นต้นเหตุที่ทำให้ศีลธรรมของชาติ เสื่อมโทรม โดยอ้างว่าเจ้าสำนักซ่องโสเภณีหรือคนที่สนับสนุนอาชีพนี้ เจ้าของโรงแรมผู้ไร้ศีลธรรม เจ้าของร้านเหล้าและคาบาเร่ต์ที่มีสตรีแต่งกายคอยยั่วยวนกามารมณ์ สิ่งเหล่านี้เกิดมาจากฝีมือชาวยิวทั้งนั้น การเอารัดเอาเปรียบกันในเชิงการค้าและการประกอบอาชีพที่ไม่ค่อยระลึกถึง ศีลธรรมอันดีงามนี้ ฮิตเลอร์ได้ป้ายความผิดให้พวกยิวทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของนโยบายหลักใหญ่ข้อแรกของพรรคนาซี คือ “ล้างผลาญยิวให้สิ้นจากแผ่นดินนาซี”

คณะกรรมการกลางพรรคนาซีวางโครงการบอยคอตการค้าทั่วไปของพวกยิว แพทย์ยิว และทนายความยิว โดยให้เริ่มตั้งแต่เวลา 10 นาฬิกาใน เช้าวันเสาร์ที่ 1 เมษายน 1935 เป็นต้นไป มีการตั้งคณะกรรมาธิการพิเศษประจำสาขาตามท้องถิ่น เพื่อร่วมการบอยคอตให้ประสบผลสำเร็จอย่างแท้จริง

ต่อมาพวกนาซีได้ใช้กฎหมายบังคับให้ปลดข้าราชการและลูกจ้างที่ไม่มีเชื้อชาติอารยัน[1] (สายเลือดเยอรมันแท้) ออกจากหน่วยงานทุกแห่ง ดังนั้นข้าราชการในกระทรวงต่างๆ รวมทั้งทหารถูกปลดจากประจำการนับแสนคน ฮิตเลอร์ออกกฎหมายสงวนอาชีพ กฎหมายริบทรัพย์สมบัติชาวยิว พวกยิวและเยอรนบางกลุ่มที่ต่อต้านถูกจับไปขังไว้ในค่ายพิเศษนับหมื่นคน จึงทำให้ชาวยิวฐานะดีหลายพันคนหนีออกนอกประเทศ

แผนการกวาดล้างอิทธิพลของยิวได้ขยายไปถึงบริษัทและเอกชนทั่วไป ห้ามยิวเกี่ยวข้องกับงานผลิตหนังสือพิมพ์ เอกสารและนิตยสารต่างๆ รวมทั้งปลดพวกกกรมกรที่เป็นยิวด้วย รัฐบาลนาซีได้ออกกฎหมายที่ไม่มีชาติใดกล้าที่จะทำคือ “กฎหมายเมืองนูเร็มเบอร์ก” ขึ้นมาใช้ สาระสำคัญส่วนหนึ่งสรุปได้ว่า ห้ามชาวเยอรมันแต่งงานกับชาวยิว เพิกถอนความเป็นพลเมืองเยอรมันและสิทธิทางการเมืองของชาวยิว ห้ามสตรีเยอรมันอายุต่ำกว่า 45 ปี ช่วยทำงานในบ้านของชาวยิว ชาวยิวที่เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นกฎเกณฑ์ต่างๆได้สำเร็จได้รับการปฏิเสธ ไม่ยอมรับว่าเป็นจริง ห้ามเปิดเพลงที่ชาวยิวแต่งและร้อง ห้ามตีพิมพ์วรรณกรรมของพวกยิว

ผลจากการปลุกระดมให้คนเยอรมันเกลียดชังยิว ทำให้มีการทำลายและปล้นสินค้าจากร้านค้าของพวกยิว ในที่สุดยิวก็ได้กลายมาเป็นบุคคลที่สังคมรังเกียจ ถูกห้ามไม่ให้เข้าชมภาพยนตร์และละคร ห้ามนั่งตามที่นั่งสาธารณะ ห้ามขึ้นรถรางระยะสั้น ห้ามซื้ออาหารนอกเวลาจำกัด อนุญาตให้ยิวไปซื้ออาหารได้เป็นบางร้านเฉพาะบ่าย 2 โมง ถึง บ่าย 3 โมงเท่านั้น ๆเครื่องประดับถูกริบหมด เหตุการณ์รุนแรงตลอดมาจนกระทั้งเดือนกันยายน 1941 ซึ่งถือว่ามาถึงขั้นตอนสุดท้ายในการผลาญยิว

ฮิตเลอร์ประกาศให้ยิวทั้งหญิงชายติดดาวเดวิด (David Stern) ทำด้วยผ้าสีเหลืองขอบดำด้านบนหน้าอกเสื้อด้านซ้ายภาพในดาวเขียนคำว่ายิวติดอยู่ตรงกลางไว้ด้วย[2] ตำรวจคอยจับกุมยิวที่ออกเดินตามสาธารณสถาน เมื่อกรุงเบอร์ลินถูกฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทางอากาศจนบ้านเรือนเสียหาย ชาวเยอรมันไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก พวกนาซีได้ยึดทรัพย์สมบัติและบ้านเรือนของชาวยิวแล้วขับไล่ออกไปโดยจับไป เข้าค่ายบังคับให้ไปทำงานเยี่ยงทาสตามสถานที่ต่างๆ ต่อมานาซีเริ่มแผนการกำจัดยิวทีละน้อยๆโดยกวาดต้อนขึ้นรถบรรทุกพาออกไปยัง สถานที่ซึ่งไม่มีใครรู้ด้วยเหตุนี้ทำให้ยิวจึงค่อยๆหายสาบสูญไป

ยิวที่หนีจากเยอรมันไปตั้งรกรากในประเทศใกล้เคียง เช่นโปแลนด์ เชโกสโลวเกีย รูเมเนีย ฝรั่งเศส กรีซ อิตาลี ฮังการี ยังถูกพวกนาซีตามล่าเมื่อฮิตเลอร์ยึดครองยุโรปภาคกลางแล้วยังใช้นโยบายกำจัด ยิวตามดินแดนต่างที่ฮิตเลอร์ครอง มีการจับกุมและกัก ยิวไว้ในค่ายแล้วบังคบให้ทำงานหนัก จากนั้นจึงส่งไปประหารจนยิวมีจำนวนน้อยลง ยิวเป็นจำนวนมากถูกส่งไปทรมานก่อนนำไปประหารชีวิตในห้องก๊าซพิษแล้งส่งเข้า ไปในเตาเผาศพ บางศพถูกนำไปผ่าตัดประกอบการค้นคว้าทดลองด้านการแพทย์ เมื่อสงครามในยุโรปยุติลงโดยเยอรมันพ่ายแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ยิวที่เหลืออยู่ตามค่ายต่างๆ ได้รับการปลดปล่อยให้รับอิสรภาพ

[1] Aryan (อารยัน) เป็นชื่อที่นาซีเรียกตนเอง คือความเป็นผู้นำหรือเจริญ กว่าชาติอื่น คนอารยันคือคนที่มีเลือดเนื้อเชื้อไขเป็นชนชาติเยอรมันแท้ 100 เปอร์เซ็นต์
[2] (เดวิดเป็นหัวหน้ายิวสมัยก่อนพระเยซู)

ดึงข้อมูลจาก http://www.dek-d.com

6 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ12 ธันวาคม 2551 เวลา 23:40

    ถ้าตูเป็นพวกยิวนะ
    จะถามว่าตู ไปฆ่าพ่อคุณหรา

    ตอบลบ
  2. ขออย่าให้เกิดในไทยเป็นพออ

    ฆ่าคนอย่างเลือดเย็น

    ไม่มีเหตุผล

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ12 ธันวาคม 2551 เวลา 23:52

    จัดบล็อกได้เรียบร้อยดีอ่ะ



    เนื้อหาดีมาก เรย



    อยากให้คนไทยรักกันมาก ๆๆ



    เพื่อในหลวง .... สบายใจ

    ตอบลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ13 ธันวาคม 2551 เวลา 11:30

    ขออย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เลยนะ

    ตอบลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ13 ธันวาคม 2551 เวลา 16:08

    แจ๋วเลยเฮีย ปอนกะลังหาอ่านอยู่พอดีเยย

    ฮิตเลอร์นี่รักคนยิวเข้าเส้นเลย

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ26 เมษายน 2552 เวลา 17:26

    เหตุผลมันมีแค่นี้ ถึงกับฆ่าล้างเผ่าพันธ์ บ้าเป่าว่ะ

    ตอบลบ