1.ฮิตเลอร์มีความกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวตัดสินใจเด็ดขาด ยึดมั่นในอุดมการณ์ด้วยความจริงใจ มีความสามารถเป็นผู้นำในการปกครอง สามารถคาดการณ์ทางการเมืองล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ
2.ฮิตเลอร์มีความสามารถในการพูด มีเทคนิคในการพูดชนะใจคนอย่างเด็ดขาด ลีลาการพูดของฮิตเลอร์สามารถดึงดูดความสนใจของมหาชนได้เป็นอย่างดี
3.มีความฉลาดในการปกครอง รู้จักใช้คนที่มีความสามรถในด้านต่างๆทันเหตุการณ์
4.รู้จักใช้หลักปรัชญาทางการเมืองแบบง่ายๆในลักษณะกระตุ้นความสนใจของมหาชน เช่น มุ่งประเด็นการโจมตีผู้ชนะสงครามโลกและกระตุ้นหรือปลุกวิญญาณความรักชาติของ ชาวเยอรมันได้สำเร็จ กล่าวคือ ฮิตเลอร์พยายามหาทางฟื้นฟูให้เพื่อนร่วมชาติเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในส่วนรวม
5.ฮิตเลอร์ให้คำมั่นสัญญาแก่มวลชนโดยเสนอโครงการพัฒนาประเทศ 25 ข้อ เป็นการสร้างความหวังใหม่ให้กับประเทศ เช่น เขาจะคุ้มครองเจ้าของทรัพย์สินให้พ้นจากลัทธิคอมมิวนิสต์ คุ้นครองกรรมกรให้พ้นจากการถูกกดขี่แรงงาน คุ้มครองนักธุรกิจเล็กๆ ให้พ้นจากการครอบงำของบริษัทต่างๆ
6.การเสื่อมความนิยมในการนับถือศาสนาคริสต์ ลัทธิโปรเตสแตนต์ ภายในเยอรมันกลายเป็นการสนับสนุนลัทธินาซีทางอ้อม คือเมื่อประชาชนที่นับถือศาสนาเสื่อมความสนใจนับถือศาสนาของตนเองแล้ว พวกเขาก็จะหันเหความสนใจมาหาสิ่งที่มีความหมายใหม่ คือลัทธิเนชั่นเนลโซเชียลิสม์ของฮิตเลอร์ทันที
เมื่อ ฮิตเลอร์ได้รับอำนาจบริหารงานของประเทศไปตามแนวของพรรคนาซี อำนาจสูงสุดในด้านต่างๆตกอยู่ในมือของฮิตเลอร์อย่างสิ้นเชิง ฮิตเลอร์กลายเป็นผู้นำซึ่งต่อมาเรียกว่าท่านประมุข (เดอร์ ฟูห์เรอร์)
ดึงข้อมูลจาก : http://www.dek-d.com
2.ฮิตเลอร์มีความสามารถในการพูด มีเทคนิคในการพูดชนะใจคนอย่างเด็ดขาด ลีลาการพูดของฮิตเลอร์สามารถดึงดูดความสนใจของมหาชนได้เป็นอย่างดี
3.มีความฉลาดในการปกครอง รู้จักใช้คนที่มีความสามรถในด้านต่างๆทันเหตุการณ์
4.รู้จักใช้หลักปรัชญาทางการเมืองแบบง่ายๆในลักษณะกระตุ้นความสนใจของมหาชน เช่น มุ่งประเด็นการโจมตีผู้ชนะสงครามโลกและกระตุ้นหรือปลุกวิญญาณความรักชาติของ ชาวเยอรมันได้สำเร็จ กล่าวคือ ฮิตเลอร์พยายามหาทางฟื้นฟูให้เพื่อนร่วมชาติเกิดความรู้สึกเชื่อมั่นในส่วนรวม
5.ฮิตเลอร์ให้คำมั่นสัญญาแก่มวลชนโดยเสนอโครงการพัฒนาประเทศ 25 ข้อ เป็นการสร้างความหวังใหม่ให้กับประเทศ เช่น เขาจะคุ้มครองเจ้าของทรัพย์สินให้พ้นจากลัทธิคอมมิวนิสต์ คุ้นครองกรรมกรให้พ้นจากการถูกกดขี่แรงงาน คุ้มครองนักธุรกิจเล็กๆ ให้พ้นจากการครอบงำของบริษัทต่างๆ
6.การเสื่อมความนิยมในการนับถือศาสนาคริสต์ ลัทธิโปรเตสแตนต์ ภายในเยอรมันกลายเป็นการสนับสนุนลัทธินาซีทางอ้อม คือเมื่อประชาชนที่นับถือศาสนาเสื่อมความสนใจนับถือศาสนาของตนเองแล้ว พวกเขาก็จะหันเหความสนใจมาหาสิ่งที่มีความหมายใหม่ คือลัทธิเนชั่นเนลโซเชียลิสม์ของฮิตเลอร์ทันที
เมื่อ ฮิตเลอร์ได้รับอำนาจบริหารงานของประเทศไปตามแนวของพรรคนาซี อำนาจสูงสุดในด้านต่างๆตกอยู่ในมือของฮิตเลอร์อย่างสิ้นเชิง ฮิตเลอร์กลายเป็นผู้นำซึ่งต่อมาเรียกว่าท่านประมุข (เดอร์ ฟูห์เรอร์)
ดึงข้อมูลจาก : http://www.dek-d.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น